
6 Jars แบ่งเงินเป็น 6 ส่วน เทคนิคช่วยจัดสรรเงินอย่างเป็นระบบ
- วันที่
- 24 เมษายน 2569 22:46
การวางแผนการเงินเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถพิชิตเป้าหมายในชีวิตได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือการวางแผนเกษียณอายุ แต่หลายคนมักพบปัญหาว่าเมื่อมีรายได้เข้ามาแล้วกลับไม่เหลือเงินเก็บ การนำเทคนิค 6 Jars หรือการแบ่งเงินเป็น 6 ส่วนมาปรับใช้ จะช่วยให้เราสามารถจัดสรรรายได้ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีเงินออมอย่างสม่ำเสมอ
เทคนิคแบ่งเงิน 6 ส่วน คืออะไร
เทคนิคแบ่งเงิน 6 ส่วนหรือทฤษฎี 6 Jars คือ แนวคิดการบริหารเงินที่คิดค้นโดย T. Harv Eker ผู้เขียนหนังสือถอดรหัสลับสมองเงินล้าน (Secrets of the Millionaire Mind) โดยมีหลักการคือนำรายได้ในแต่ละเดือน มาจัดสรรลงในโหลแก้วสมมติ 6 ใบ เพื่อแยกวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายและการออมให้ชัดเจน ซึ่งการแบ่งเงิน 6 ส่วนนี้ จะช่วยสร้างวินัยทางการเงิน ป้องกันการนำเงินเก็บมาใช้จ่ายปะปนกัน และทำให้คุณสามารถมองเห็นภาพรวมสุขภาพทางการเงินของตนเองได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ไม่ว่าจะมีรายได้มากหรือน้อยก็เริ่มต้นได้ทันที
รู้จัก 6 Jars การแบ่งเงิน 6 ส่วน
สำหรับผู้ที่อยากจัดการการเงินให้มีระเบียบ การทำความเข้าใจหน้าที่ของโหลแก้วแต่ละใบถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ระบบ 6 Jars ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งด้านความจำเป็น ความสุข การพัฒนาตนเอง และการวางแผนอนาคต เรามาดูกันว่าการแบ่งเงินเป็น 6 ส่วน มีรายละเอียดและสัดส่วนอย่างไรบ้าง
ส่วนที่ 1 ค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน
โหลใบแรกคือส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับการดำรงชีวิต โดยเราควรแบ่งเงินเป็นสัดส่วน 55% ของรายได้ทั้งหมด เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ รวมถึงการชำระหนี้สินต่าง ๆ หากคุณพบว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เกิน 55% อาจต้องกลับมาทบทวนเพื่อลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง หรือหาวิธีเพิ่มรายได้ เพื่อให้การแบ่งเงิน 6 ส่วนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่กระทบกับเงินในโหลใบอื่น ๆ
ส่วนที่ 2 เงินเก็บเพื่อเป้าหมายในอนาคต
โหลใบที่สองคือการออมระยะยาว โดยให้แบ่งเงิน 10% ของรายได้ไว้สำหรับเป้าหมายขนาดใหญ่ในอนาคต เช่น การเก็บเงินดาวน์บ้าน ซื้อรถยนต์ จัดงานแต่งงาน หรือกันไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉินเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การสร้างวินัยในการเก็บเงินส่วนนี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณมีความมั่นคงในชีวิตระยะยาว และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์โดยไม่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมจนสร้างภาระหนี้สินเกินตัว
ส่วนที่ 3 เงินสำหรับให้รางวัลตัวเอง
การวางแผนการเงินที่ดีไม่ได้หมายถึงการรัดเข็มขัดกับเงินจนเกินไป โหลใบที่สามจึงให้แบ่งเงิน 10% เพื่อเป็นงบสำหรับการสร้างความสุขและให้รางวัลกับตัวเอง คุณสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายกับสิ่งที่ชอบได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ทานอาหารมื้อพิเศษ ซื้อของสะสม หรือทำกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ การมีโหลใบนี้ในระบบ 6 Jars จะช่วยเติมพลังให้เรามีแรงในการทำงานและการออมเงินต่อไปได้นาน ๆ
ส่วนที่ 4 เงินพัฒนาตัวเอง
การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในความรู้ โหลใบที่สี่แนะนำให้แบ่งเงิน 10% เพื่อใช้สำหรับการศึกษาและพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ให้กับตนเอง เช่น การลงคอร์สออนไลน์ การซื้อหนังสือ การเข้าร่วมสัมมนา หรือการต่อยอดวิชาชีพ ความรู้และทักษะเหล่านี้จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน และเปิดโอกาสให้คุณสามารถสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
ส่วนที่ 5 เงินลงทุนเพื่ออิสรภาพทางการเงิน
โหลใบที่ห้าเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความมั่งคั่ง โดยให้แบ่งเงิน 10% นำไปลงทุนเพื่อให้เงินทำงานแทนเรา เป้าหมายของโหลใบนี้คือการสร้างผลตอบแทนหรือ Passive Income ที่จะนำไปสู่อิสรภาพทางการเงินในวัยเกษียณ คุณสามารถนำไปลงทุนในหุ้น กองทุนรวม พันธบัตรรัฐบาล หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เงินส่วนนี้ห้ามนำออกมาใช้จ่ายเด็ดขาดจนกว่าจะถึงเป้าหมายที่วางไว้
ส่วนที่ 6 เงินเพื่อการให้และแบ่งปัน
โหลใบสุดท้ายคือการคืนกำไรให้สังคมและคนรอบข้าง โดยแบ่งเงิน 5% ของรายได้ไว้สำหรับการทำบุญ บริจาคให้องค์กรการกุศล หรือซื้อของขวัญให้คนในครอบครัวและเพื่อนฝูงในโอกาสพิเศษ การแบ่งปันไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือผู้อื่น แต่ยังช่วยขัดเกลาจิตใจให้เรารู้จักความเสียสละ ไม่ยึดติดกับวัตถุจนเกินไป และสร้างความสุขทางใจที่ส่งผลดีต่อชีวิตในภาพรวมอีกด้วย
ข้อดีของการบริหารเงินแบบ 6 ส่วน

เมื่อเราเข้าใจหลักการทำงานของแต่ละโหลแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมวิธีนี้ถึงได้รับความนิยม การจัดสรรเงินอย่างมีระบบไม่เพียงแต่ช่วยให้มีเงินเก็บ แต่ยังมีประโยชน์ที่ซ่อนอยู่อีกมากมาย เรามาดูข้อดีของการนำเทคนิค 6 Jars มาใช้ในชีวิตประจำวันกัน
- สร้างวินัยทางการเงินที่ชัดเจน การแบ่งเงิน 6 ส่วนช่วยให้รู้ขอบเขตการใช้จ่าย ป้องกันการใช้เงินเกินตัวในหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง
- บริหารความสุขและความมั่นคงไปพร้อมกัน ไม่ต้องอดเพื่อออมจนเครียด เพราะมีงบสำหรับให้รางวัลตัวเอง ในขณะที่ยังมีเงินเก็บเพื่อเป้าหมายในอนาคต
- เพิ่มโอกาสในการต่อยอดรายได้ การกันงบไว้พัฒนาตนเองและลงทุน ช่วยสร้างทักษะและผลตอบแทนที่ทำให้รายได้เติบโตในระยะยาว
- รู้สถานะทางการเงินตลอดเวลา การแยกบัญชีอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้ติดตามรายรับรายจ่ายได้ง่าย และมองเห็นสภาพคล่องของตนเองได้ทันที
KKP Better ตัวช่วยแบ่งเงิน 6 ส่วนได้ง่ายในแอปเดียว
การแบ่งเงิน 6 ส่วนจะกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้นเมื่อคุณมีผู้ช่วยอย่าง KKP Better แอปพลิเคชันจากธนาคารเกียรตินาคินภัทร ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การจัดการเงินฝาก สินเชื่อ ประกัน ลงทุน และวางแผนเกษียณเบ็ดเสร็จในแอปเดียว คุณสามารถเปิดบัญชีเพื่อจัดสรรงบตามเป้าหมายของ 6 Jars ได้อย่างสะดวกสบาย หรือหากมีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนก็สามารถขอสินเชื่อผ่านแอปที่รู้ผลไวและรู้ผลอนุมัติได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การวางแผนการเงินมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแบ่งเงินเป็น 6 ส่วน
สรุป

การนำเทคนิค 6 Jars หรือการแบ่งเงินเป็น 6 ส่วนมาปรับใช้ ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เพราะครอบคลุมทั้งการใช้จ่าย การออม การลงทุน และการเติมความสุขให้ชีวิต และเพื่อให้การบริหารเงินตามระบบ 6 Jars ของคุณทำได้ง่ายขึ้น อย่าลืมดาวน์โหลดแอป KKP Better ติดสมาร์ตโฟนไว้ เพื่อให้การจัดการเงินฝาก การลงทุน รวมถึงบริการทางการเงินต่าง ๆ จบครบในแอปเดียว
ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
